ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
Date: 18 June 2009

คอลัมน์ Interview ในฉบับนี้ถือเป็นพิเศษทีเดียวครับ กับการที่เราได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารจากหนึ่งในแบรนด์ที่ผมมั่นใจเหลือเกินว่าคุณผู้อ่านทุกท่านรู้จักเป็นอย่างดี และหลายๆ ท่านกำลังใช้บริการอยู่กับบริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ VISA ที่เราคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี โดยได้รับเกียรติจากคุณ สมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการใหม่ล่าสุดกับบริการที่ให้โทรศัพท์มือถือของคุณกลายเป็นประหนึ่งกระเป๋าเงินอีกหนึ่งใบของคุณ
ที่มาที่ไปของ VISA
บริษัท VISA นั้นคือบริษัท Payment Network ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทคู่ค้าต่างๆ โดยในช่วงแรกเราเน้นการทำธุรกิจร่วมกับสถาบันการเงินสูงสุดนั่นก็คือธนาคารเท่านั้น ก่อนที่เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้วจะมีการปรับเพิ่มสถาบันการเงินอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธนาคารเข้ามาเพิ่มเติมในภายหลัง โดยปัจจุบันเรามีการร่วมมือกับ 25 สถาบันการเงินที่ใช้บริการของ VISA โดยบริษัทของเรามีจุดแข็งในเรื่องของการมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก มีการกำหนดรูปแบบการใช้บริการที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Spec รูปแบบของบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นขนาด รูปแบบ หรือว่าตำแหน่งของแถบแม่เหล็ก หรือว่าในส่วนของ Chipset ให้กับโรงงานในการผลิตบัตรให้กับสมาชิกของ VISA ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ หรือว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ลงไปในบัตรเครดิตแต่ละใบ ซึ่งทุกอย่างที่ผู้ใช้งานเห็นบนบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร หรือบริษัท Non-Bank ต่างๆ ที่ร่วมกับ VISA นั้นเกิดจากการทำ R&D (Research & Development) ของ VISA มาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
จุดเด่น และหลักการของ VISA
เรายึดหลักการของเรามาโดยตลอดด้วยกัน 3 ข้อคือ 1.บัตรเครดิตแต่ละใบต้องได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำแหน่งของ Chipset หรือแม้กระทั่งในส่วนของโลโก้ของธนาคาร และสถาบันการเงิน รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีของ VISA ให้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่นในส่วนของ Chipset บนบัตรเครดิต เราพัฒนาให้มีความจุที่มากยิ่งขึ้น ระบบป้องกันการถูกโจรกรรมมีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงสามารถรองรับการใช้งานพิเศษของแต่ละธนาคารได้หลากหลายยิ่งขึ้นอย่างเช่น Reward Program เป็นต้น 2.เราเป็นผู้ออกแบบดีไซน์ของบัตรเครดิตให้ตอบสนองการใช้งานให้ได้สูงสุด สามารถใช้ได้ทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม รวมไปถึงยังเป็นบริษัทที่คอยจัดการในเรื่องของการโอนถ่ายเงินให้กับลูกค้า และผู้บริโภคอีกด้วย และสุดท้ายคือในเรื่องของ Brand Marketing ที่เราทำตลาดของตนเองให้มีความน่าเชื่อถือในใจลูกค้ารายย่อยต่างๆ ทำอย่างไรให้ลูกค้ารายย่อยที่รองรับเครดิตการ์ดของ VISA ในการจ่ายเงินจากลูกค้า มั่นใจได้ว่าได้รับเงินคืน ซึ่งในจุดนี้เราได้มีการทำ Database เก็บรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนา และทำตลาดได้อย่างตรงจุด
สาเหตุใด VISA ถึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค
เมื่อหลายๆ ปีก่อนธนาคารก็ได้มีการออกบัตรของแต่ละธนาคารออกมา แต่ยังไม่อาจครอบคลุมได้ทั้งหมด บางที่รองรับเฉพาะของธนาคารนั้นๆ เท่านั้น ดังนั้น VISA จึงเข้ามาเป็นเสมือนกับเป็นตัวกลางระหว่างผู้บริโภคกับธนาคาร และสถาบันการเงินทั้งหลาย โดยทั้งนี้ทาง VISA ก็จะมีการกำหนดมาตรฐานในการเลือกสถาบันทางการเงินในการทำธุรกิจร่วมกันซึ่งเราจะมุ่งเน้นไปที่สถาบันทางการเงินที่มีความแข็งแกร่ง และมั่นคงสูง เป็นหลัก โดยการเข้ามาทำหน้าที่ในการจัดการในเรื่องเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องโอนเงิน หรือว่าการแปลงอัตราค่าเงิน (Currency Converter) ในกรณีที่มีการจ่ายเงินข้ามประเทศ เป็นต้น ซึ่งรายได้ของเราก็มาจากค่าธรรมเนียมการจัดการต่างๆ ในการประมวลผลแต่ละครั้ง หรือต่อรายการ เป็นต้น
Pay Wave มาตรฐานใหม่แห่งเครดิตการ์ด
Pay Wave เป็นพัฒนาการใหม่ของทาง VISA ที่เราได้นำมาประยุกต์ต่อจากการที่เราได้มีการนำ Chip Set เข้ามาบนเครดิตการ์ด เพื่อมาใช้ประโยชน์ต่างๆ หลังจากนั้นเราก็เริ่มมาคิดต่อว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไรกับ Chipset อย่างไรได้อีก เราจึงได้มีการพัฒนา Pay Wave ขึ้นเพื่อทำการขยายตลาดให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่จากเดิมเราเข้าไม่ถึงอย่างเช่น ตามร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป ที่ไม่มีความจำเป็นต้องรองรับการจ่ายด้วยเครดิต ซึ่ง Pay Wave จะตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้อย่างตรงจุดด้วยวิธีการที่ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนนี้เราก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีบนบัตรเครดิตให้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้นต่อๆ ไป ซึ่งเราก็มีการเตรียมที่จะกระตุ้นการใช้งาน Pay Wave ให้ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้แถลงข่าวออกสื่อต่างๆ, การทำ Promotion หรือว่าการทำการตลาดอื่นๆ เพื่อช่วยในส่วนของสถาบันการเงิน พร้อมช่วยขยายจุดรับบัตรเครดิตต่างๆ ให้มากขึ้น เช่นในจุดรับ / ส่งตรงระบบขนส่งมวลชน เช่น BTS หรือว่า MRT ให้สามารถใช้งาน Pay Wave ได้ในบัตรเดียว
เช่นเดียวกับระบบ NFC (Near Field Communication) ที่เราทำการค้นคว้าขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในการเพิ่มช่องทางธุรกิจของ VISA ให้มากขึ้นสำหรับทำรายการซื้อสินค้าในร้านค้าที่ติดตั้งเทคโนโลยี Contactless ของ VISA Pay Wave ในประเทศไทย ด้วยแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาใช้วิธีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดกันมากขึ้น VISA จึงได้ทำการพัฒนาประสิทธิภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยสูง ผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมที่จะตอบรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อำนวยความสะดวกสบายแก่ชีวิตอยู่แล้ว เราจึงมั่นใจว่าด้วยมาตรฐานของระบบ VISA Pay Waveในด้านความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่สูง วิธีการชำระเงินแบบใหม่นี้จะได้รับความนิยมเป็นอย่างดี โดยเราจะเริ่มใช้งานชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ Nokia รุ่น 6212 เป็นรุ่นแรก ซึ่งสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ ณ ร้านค้าทั่วประเทศที่มีเครื่องรับบัตรของ VISA Pay Wave กว่า 1,000 แห่ง ซึ่งสาเหตุที่เราเลือกที่จะทำพัฒนาบนโทรศัพท์นั้น เรามองว่าโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอุปกรณ์การสื่อสารขั้นพื้นฐานของคนทั่วไปมากขึ้น มีการใช้งานกันต่อวันหลายล้านเครื่อง ซึ่งตรงกับความต้องการในการขยายตลาดของ VISA ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง



