Home » Interviews » คุณบุญพัทธ ชูบรรเจิด
Archive Interviews


คุณบุญพัทธ ชูบรรเจิด
Business Owner – Note PC IT Business บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด

Date: 18 June 2009

            ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วในตลาดโน้ตบุ๊ค นอกจากแบรนด์ที่เราคุ้นหูกันอยู่ เชื่อว่าบางคนอาจจะเคยสังเกตว่าช่วงนั้นทาง Samsung เองก็ได้ก้าวลงมาชิมลางบนตลาดโน้ตบุ๊คด้วยเช่นกัน แต่เนื่องด้วยการทำตลาดที่ยังไม่เข้มแข็งมากนัก จึงทำให้ต้องถอนตัวออกไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ในส่วนนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณบุญพัทธ ชูบรรเจิด  บริหารของทางซัมซุงถึงเหตุผลการถอนตัวในการทำตลาดครั้งแรก และการลงมาก้าวทำตลาดอีกครั้งหลังจากผ่านมาสามปีเราลองมาดูกันซิว่ากลับมาคราวนี้จะมีอะไรมากระชากใจผู้บริโภคให้หันกลับมามองแบรนด์ Samsung ในการกลับมาทำตลาดโน้ตบุ๊คอีกครั้ง

          สามปีก่อนหน้านี้ Samsung ได้กระโดดลงมาทำตลาดโน้ตบุ๊คในช่วงระยะเวลาอันสั้น และก็ต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งกับการถอยกลับครั้งนั้นนับว่าเป็นก้าวแรกของ Samsung เองที่จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็นก้าวที่มั่นคงยิ่งขึ้น และยิ่งใหญ่ในอนาคต โดยคุณบุญพัทธ ชูบรรเจิด ได้ให้เหตุผลถึงการก้าวลงมาสู่ตลาดครั้งแรกในปีพ.ศ. 2548 และการลงมาทำตลาดในช่วงระยะเวลาอันสั้นในคราวนั้นว่า “ในช่วงปีพ.ศ. 2548 นั้นตลาดโน้ตบุ๊คในบ้านเรานั้นค่อนข้างเล็กมาก ดังนั้นการตอบสนองในช่วงนั้นดูจะยังไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไรนัก และเราเองคิดว่าจำเป็นต้องรอการเติบโตของตลาดอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ตลาดโน้ตบุ๊คมีแนวโน้มที่มั่นคงมากกว่านี้ ประกอบกับปีที่ผ่านมานั้นในตลาดต่างประเทศมีมูลค่าทางการตลาดโน้ตบุ๊คค่อนข้างสูงมากประมาณ “หนึ่งล้านสองแสนกว่าเครื่อง” ซึ่งนับว่าเป็นยอดที่น่าสนใจมากในการที่เรา Samsung ประเทศไทยจะนำกลับมาทำตลาดอีกครั้งในปี 2009 นี้” ซึ่งหลังจากที่ได้รับคำตอบของสถานการณ์ในช่วงแรกที่เข้ามาทำตลาดโน้ตบุ๊ค และการกลับเข้ามาสู่ตลาดอีกครั้ง ทางเราก็ได้สอบถามถึงการวางแผนการทำการตลาดโน้ตบุ๊ค และการนำโน้ตบุ๊คในแต่ละรุ่นเข้ามาทำตลาดกับคุณบุญพัทธ และได้รับคำตอบกลับมาว่า “สำหรับตลาดโน้ตบุ๊คในเมืองไทยนั้น ทาง Samsung เองคงต้องค่อยๆ ศึกษาตลาด และความต้องการของผู้บริโภคในบ้านเราให้เข้าใจเสียก่อน แต่ในส่วนของการทำตลาดนั้นเราจะแบ่ง Segment ให้เข้ากับสถานการณ์การตลาดโดยทั่วไป ซึ่งจะมีในส่วนของกลุ่มผู้ใช้ระดับ Consumer ทั่วๆ ไปซึ่งจะออกมาให้เห็นในอนาคต และสำหรับผู้ใช้ระดับองค์กรจะเป็นในรุ่น P-Series และสำหรับในรุ่น Q-Series นั้นตัวเครื่องจะไม่ใหญ่เกิน 13 นิ้ว โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ในช่วงสองหมื่นต้นๆ และแน่นอนว่าทาง Samsung เราจะไม่ได้เน้นเรื่องของราคาเป็นสำคัญ แต่เราจะเน้นในด้านวัสดุและดีไซน์มากกว่า อีกทั้งในช่วงแรกของการกลับมาสู่ตลาดโน้ตบุ๊คอีกครั้ง ทางเราเองก็ขอเปิดตัวในรุ่น X-Series ซึ่งมาพร้อมดีไซน์และน้ำหนักที่พอเหมาะพอเจาะเพียงแค่ 1.9 กิโลกรัม มีรูปลักษณ์ที่บางเบา และน่าจะเป็นที่สนใจของนักธุรกิจที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่มีความไฮเทคและราคาที่คุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกับวัสดุที่เราเลือกใช้” และหลังจากที่เราได้รายละเอียดของการทำตลาดโน้ตบุ๊คของ Samsung มาก็ค่อนข้างพอสมควรแล้ว

          เราจึงปล่อยคำถามสุดท้าย ซึ่งน่าจะเป็นคำถามที่หลายคนอยากทราบว่า Samsung จะมีไม้เด็ดอะไรออกมาหลังจากนี้ คุณบุญพัทธ ได้ให้คำตอบไว้ว่า “เราบอกได้เลยว่าทาง Samsung เองยังมีไม้เด็ดในการทำตลาดโน้ตบุ๊คอีกมากมาย แต่จะมีอะไรบ้างนั้นก็ต้องคอยดูกันต่อไป ซึ่งในช่วงเริ่มต้นของเรานั้นอาจจะออกมาก่อน 5 ตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะต้องมองคู่แข่งของเราก่อนว่ามีแผนการตลาดกันอย่างไร อีกทั้งในเรื่องของผู้บริโภค เราต้องทำอย่างครอบคลุม รวมไปถึงผู้บริโภคระดับล่าง แต่สิ่งที่เราให้ความสนใจอย่างมากนั้นคือ ผู้บริโภคระดับกลาง โดยเรามีแผนการตลาดที่เรียกว่า Market Avenged ซึ่งเรามองว่าสิ่งที่เราได้เปรียบแบรนด์อื่นๆ เป็นอย่างมากก็คือ การที่ Samsung เองเป็นผู้นำในการผลิตอุปกรณ์ IT หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เมมโมรี่ ชิพ หรือแรม อีกทั้งถ้ามองในแง่ของ Dealer เราค่อนข้างเป็นพันธมิตรที่ดีเป็นอย่างมาก จากการจำหน่าย Monitor นั่นเอง โดยสุดท้ายตอนนี้เรากำลังเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ ซึ่งต่อไปคุณอาจจะได้เห็นช้อป Samsung IT ซึ่งมีจำหน่ายอุปกรณ์ของ Samsung เองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ค โปคเจคเตอร์ และอุปกรณ์ IT อีกมากมายในอนาคตด้วย” คุณบุญพัทธ กล่าวปิดท้ายได้อย่างเฉียบคม